กลุ่มเด็กรักป่า
กลุ่มเด็กรักป่า เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2533 โดยเริ่มจากงานค่ายเล็กๆ ในชุมชนพื้นที่ ของโครงการป่าชุมชน ในพื้นที่ป่าเขตอีสานใต้ โดยได้ดำเนินการเรียนรู้ธรรมชาติผ่านกระบวนการทางศิลปะทุกแขนง อันได้แก่ วาดรูป เขียนบทกวี ดนตรี กิจกรรมดูนก เดินป่า ทำบาติก ย้อมสีธรรมชาติ เป็นต้น ด้วยความสามารถของเด็ก ๆ ในชุมชน และความต้องการที่จะพัฒนาทักษะด้านศิลปะของเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง จึงได้เกิดโครงการ “โรงเรียนเด็กรักป่า” ในปี 2534 โดยรับเด็กมาอยู่ กินนอนในโรงเรียนมาร่วมกันเรียนรู้กิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาตนเอง และชุมชน พร้อมกับการเรียนที่ ศูนย์การศึกษา นอกโรงเรียน ได้รับเด็กปีละ 5 – 10 คน ในปี 2540 โรงเรียนเด็กรักป่า ได้กลายเป็น “ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า” บริการกิจกรรมด้านธรรมชาติศึกษา ให้แก่ เยาวชนในชุมชน รวมทั้งนักศึกษา และชาวต่างประเทศ ทั้งได้สนับสนุนงานกลุ่มแม่บ้านเด็กรักป่า ในการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ และกิจกรรมอนุรักษ์ป่าของคณะกรรมการอนุรักษ์เปรีย์ทม
เด็กรักป่า รักท้องนา รักพงไพร
รักต้นไม้ รักดอกไม้ รักใบหญ้า
ป่าเป็นบ้าน บ้านป่าใหญ่ อาศัยมา
เด็กรักษา ป่าเติบใหญ่ ป่ารักเด็ก
รักจากใจ ใจพร้อมให้ ใจจึงสุข
ใจสนุก ใจสนาน ใจของเด็ก
ใจเจ้าเอย ช่างสดใส เจ้าตัวเล็ก
ใจของเด็ก ใจไม่เล็ก ใหญ่คักคัก
พี่ จ.จืด พี่ น.หน่อย คอยดูแล
เป็นพ่อแม่ เป็นคุณครู เป็นที่รัก
เป็นไม้ใหญ่ คอยเกื้อกูล พร้อมปกปัก
ด้วยใจรัก รักในงาน สานความฝัน
ธรรมชาติ ศิลปะ บทกวี
แว่วสำเนียง เสียงดนตรี แต้มสีสัน
โลกใบนี้ ช่างงดงาม มหัศจรรย์
มาแบ่งปัน สร้างสรร โลกของ.......เด็ก
ผู้ใหญ่ ต้นไม้ ลำธาร ป่าเขา
นกน้อย ท้องนา ต้นข้าว ควาย จิ้งหรีด จักจั่น แมลงปอปีกใส ปลาเข็ม ปลาหางนกยูง..ฯลฯ
บางครั้งทุ่มเทกับการปลูกป่าเพิ่มมากมาย
แต่ไม่ทันกัับการทำลาย
โครงการของรัฐลงมาในป่า สามารถทำลายป่าหมื่นแสนไร่ได้ในพริบ
"ไม้พะยูงต้นเดียว"
มีการทำพิธีสาบแช่งคนที่มีส่วนในการตัดต้นพะยูง๑๐๐ปี ให้มีอันเป็นไป
ตายโหงตายห่า ครอบครัววิบัติฉิบหาย อย่าได้ตายดีทั้งครอบครัว
ไร้รูป ไร้สี ไร้ชีวิต
หากสถิตห้วงฟ้าดินทุกถิ่นที่
ในทุกหย่อมของทุกอย่างสร้างชีวิ
สดุดีซึ่งความหมายสายธารา



